Language:  THA  |  ENG แจ้งโอนเงิน
ตะกร้าสินค้า :  0  ชิ้น (0.00 บาท)
 
      เกร็ดความรู้
หน้าหลัก  >  เกร็ดความรู้  >  การดูแลสุขภาพฟันในช่วงวัยต่างๆ


  การดูแลสุขภาพฟันในช่วงวัยต่างๆ
 
เด็กเล็ก - วัยรุ่น

ไม่ควรให้ทารกดื่มน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มอื่นๆที่ผสมน้ำตาลก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้แบคทีเรียในช่องปากสร้างกรดขึ้นมากัดกร่อนฟันได้ หากทารกงอแงก่อนนอนเนื่องจากติดขวดนม ให้ใส่น้ำเปล่าลงในชวดนมแทนน้ำผลไม้หรือนม การหยดฟลูออไรด์ลงในอาหารหรือน้ำดื่มสำหรับเด็กเล็กจะช่วยให้สุขภาพฟันแข็งแรง อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนใช้ เด็กที่อายุใกล้จะ 4 ขวบ ต้องพาไปพบทันตแพทย์ 1 - 2 ครั้ง เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจดูฟัน ขั้นตอนนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในอนาคต หากเด็กต้องตรวจรักษาฟัน

อายุ 6 ขวบ เป็นช่วงที่ฟันแท้ซี่แรกกำลังจะงอก ดังนั้น เด็กในช่วงอายุ 6 - 7 ขวบ จึงควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการผนึกหลุมร่องลึกของฟันกรามแท้ซี่ที่หนึ่งทั้ง 4 ซี่ที่กำลังงอกขึ้นมา ขั้นตอนนี้ไม่มีความเจ็บปวดใดๆเลยแต่หากพาเด็กไปพบทันตแพทย์ในช่วง 8 - 9 ขวบ ฟันกรามแท้ซี่แรกก็อาจมีรอยผุบ้างแล้ว จึงต้องมีการกรอเนื้อฟันที่ผุออกแล้วอุดด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน

ช่วงหลังอายุ 6 ขวบ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ฟันแท้ค่อยๆทยอยงอกขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม ดังนั้น ช่วงนี้จะพบว่ามีฟันน้ำนมบางซี่ยังม่ยอมหลุดออก ฟันแท้จึงงอกซ้อนขึ้นมา พ่อแม่จึงควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อถอนฟันน้ำนมดังกล่าว

ช่วงอายุ 8 - 9 ขวบ เป็นช่วงที่เด็กบางคนต้องใส่ space maintainer เพราะฟันน้ำนมผุมากจนต้องถูกถอนออกไปก่อนเวลาอันควร เมื่อตำแหน่งที่ถูกถอนออก กลายเป็นช่องว่างเพื่อรอฟันแท้งอกขึ้นมา โอกาสที่ฟันข้างเคียงจะล้มจึงมีมาก จึงต้องใส่ space maintainer ไว้คอยค้ำยันฟันข้างๆ ไม่ให้ล้มลงมา เมื่อฟันแท้งอกแล้วจึงค่อยเอา space maintainer ออก

ช่วงอายุ 10 - 12 ปี เป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ทยอยงอกขึ้นมาจนเต็ม ซึ่งพอจะทำให้มองเห็นได้ว่าจะเรียงตัวเป็นระเบียบหรือไม่ ถ้าดูแล้วมีฟันซ้อน บิดเบี้ยว ควรพาลูกไปปรึกษาแพทย์เรื่องการวางแผนจัดฟัน

อายุ 12 ปี เป็นช่วงที่ฟันกรามแท้ซี่ที่สองทั้ง 4 ซี่งอกขึ้นมาจึงต้องพาเด็กไปผนึกหลุมร่องฟันอีกครั้ง

วัยหนุ่มสาวและวัยทำงาน

วัยนี้หากได้รับการดูแลสุขอนามัยช่องปากอย่างดีต่อเนื่องมาจากวัยเด็กและวัยรุ่นแล้ว สุขภาพปากและฟันจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจตนเองว่ามีสุขภาพปากและฟันดีจึงละเลยการดูแล ดังนั้นการปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพปากและฟันที่ดีควรทำอย่างนี้ไม่ควรกินจุบจิบโดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณสูง หากจำเป็นต้องกินควรบ้วนปากไม่ให้คราบน้ำตาลสะสม

การอมลูกอมไว้ในปากตลอดเวลาจะทำให้มีโอกาสเกิดฟันผุได้สูง ควรดื่มน้ำบ่อยๆเพื่อป้องกันปากแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก เครื่องดื่ม ชา กาแฟและบุหรี่ จะทำให้สีฟันเปลี่ยนและทำให้น้ำลายแห้งจนเกิดกลิ่นปากได้ จึงควรทำความสะอาดฟันหลังดื่มชาและกาแฟ แปรงฟันให้ถูกวิธี และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 - 2 ครั้ง เพื่อขูดหินปูน หรือ ตรวจหาร่องรอยของฟันผุในวัยนี้

วัยสูงอายุ

เป็นวัยที่ฟันทำงานหนักมาตลอดชีวิต ดังนั้น ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามจะแบนราบเรียบ ส่วนฟันกรามแท้ซี่แรกหรือซี่อื่นๆ อาจไม่มีให้เห็นแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปากและฟันที่พบมากคือ ฟันผุ ปริทันต์อักเสบ ในผู้สูงอายุถ้ามีฟันผุ มักจะมีการผุที่รากฟันร่วมด้วย หรือหากเป็นเหงือกอักเสบ ก็มักจะกลายเป็นรำมะนาด หรือปริทันต์อักเสบไปด้วย ซึ่งส่งผลถึงกระดูกรอบๆเบ้าฟันและเอ็นยึดฟันทำให้เกิดอาการฟันโยกไปทั้งปาก และหากมีอาการฟันสึก อาจทำให้ตัวฟันหัก และไม่สามารถใช้งานได้อีก ข้อต่อขากรรไกรเริ่มเสื่อม ซึ่งเป็นข้อต่อที่เกี่ยวกับการบดเคี้ยวโดยตรง เมื่ออายุมากขึ้น ตัวกระดูกข้อต่อ แผ่นรองเอ็นยึดและแคปซูลหุ้มข้อต่อก็จะเสืออมสภาพลง เพราะอวัยวะเหล่านี้ต้องทำงานหนักโดยรับแรงบดเคี้ยวมาตลอดช่วงอายุขัยที่ผ่านมา

การดูแลสุขภาพปากและฟันของผู้สูงอายุที่ดีที่สุดคือ การไปพบทันตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำกี่ยวกับปากและฟันเป็นประจำ กินอาหารที่อ่อนนุ่ม ไม่เป็นอันตรายต่อเหงือกและฟัน หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกจากของแข็ง อย่างไรก็ตามถ้าเราดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้ดีตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับช่องปากและฟันก็จะน้อยลง


ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลจาก