บทความจากโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นโดย รศ.ทพ.ธีระศักดิ์ ดำรงรุ่งเรือง จากภาควิชาวินิจฉัยโรคช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การแปรงฟันทั่วไปที่ท่านๆ แปรงกันอยู่ทุกวันนั้น สามารถทำความสะอาดฟันของท่านได้เพียงบางบริเวณ ได้แก่ ด้านหน้า (ด้านใกล้แก้ม) ด้านใน (ด้านใกล้ลิ้นหรือใกล้เพดาน) และด้านบดเคี้ยวเท่านั้น แต่ฟันไม่ได้มีเพียงสามด้านนี้เท่านั้น หากแต่ฟันยังมีด้านซอกฟันหรือด้านประชิด (proximal surface) ของฟันอยู่ด้วย ซึ่งด้านซอกฟันนี้เป็นด้านที่ขนแปรงสีฟันส่วนใหญ่มักจะเข้าไปทำความสะอาดไม่ถึง ดังนั้นจึงพบว่า ฟันผุมักเริ่มเกิดขึ้นที่ด้านซอกฟันนี้ก่อนซะเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้การทำความสะอาดฟันในช่องปากได้อย่างหมดจด เราจึงจำเป็นจะต้องใช้เส้นใยขัดฟัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไหมขัดฟัน (dental floss) นั่นเอง
เส้นใยขัดฟันในปัจจุบันมักทำจากไนลอน เพราะไนลอนเป็นวัสดุที่มีราคาถูก ผลิตได้ง่าย และมีความคงทนถาวร หรือเส้นใยขัดฟันอาจทำจากพลาสติกที่เรียกว่า เทฟลอน (Teflon) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความลื่นและเหนียว ผิวของเส้นใยที่ทำจากเทฟลอนจึงไม่ค่อยติดหรือปนเปื้อนกับสารต่างๆ ส่วนเส้นใยขัดฟันที่ทำจากเส้นไหมก็มีการผลิตอยู่ โดยเฉพาะเส้นใยขัดฟันที่ทำจากไหมไทยกำลังเป็นที่นิยมเพราะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะเส้นใยขัดฟันจากไหมไทยนอกจากจะมีความแข็งแรงคงทนเป็นพิเศษแล้วยังมีราคาถูกซึ่งสามารถแข่งขันกับสินค้าของนานาชาติได้
สำหรับผู้ที่เริ่มใช้เส้นใยขัดฟัน แนะนำให้ใช้เส้นใยชนิดที่มีการเคลือบด้วยขี้ผึ้ง (wax) หรือชนิดที่มีการทำให้ผิวของเส้นใยมีลักษณะฟูคล้ายฟองน้ำทั้งนี้ก็เพื่อลดโอกาสในการเสียดสี และช่วยทำให้การทำความสะอาดในร่องเหงือกหรือร่องระหว่างฟันที่มีความกว้างทำได้ง่าย และในบางครั้งสำหรับผู้ที่ยังใช้มือได้ไม่สะดวก บริษัทผู้ผลิตก็มีการผลิตเส้นใยขัดฟันมาพร้อมกับด้ามจับ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนกรณีที่มีการร่นของเหงือกทำให้มีพื้นที่ในการทำความสะอาดบริเวณซอกฟันที่กว้างกว่าปกติ ก็แนะนำให้ใช้เส้นใยขัดฟันที่มีลักษณะเป็นแถบหรือมีลักษณะคล้ายเทป (tape) เพราะจะมีความกว้างที่จะสามารถทำความสะอาดในบริเวณที่กว้าง ๆ ได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งแถบขัดฟันนี้อาจทำจากวัสดุคล้ายผ้าซาติน (satin)
นอกจากนั้น ในผู้ที่มีเครื่องจัดฟันอยู่ในช่องปาก หรือมีฟันปลอมชนิดสะพานฟันติดแน่น ซึ่งไม่สามารถสอดเส้นใยขัดฟันจากทางด้านบดเคี้ยวลงไปทำความสะอาดซอกฟันได้ จึงจำเป็นต้องใช้เส้นใยที่มีตัวนำเส้นใย (threader) ผ่านจากทางด้านใกล้แก้มหรือด้านหน้าใต้ต่อจุดสัมผัสของฟันเข้าไปทำความสะอาดซอกฟันแทน โดยตัวนำเส้นใยจะมีทั้งแบบเดี่ยว ๆ หรือแบบที่ติดกับเส้นใยขัดฟันต่อกันเป็นเส้นเดียวกัน และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกสู่ท้องตลาดได้มีการเคลือบสารต่างๆ เช่น ฟลูออไรด์ หรือ สารฟอกสีฟัน รวมทั้งเคลือบกลิ่นหอมต่างๆ ลงไปบนผิวของเส้นใยขัดฟัน เพื่อเป็นจุดที่ทำให้เส้นใยขัดฟันมีลักษณะพิเศษน่าใช้มากยิ่งขึ้น
อีกทั้งปัจจุบันยังได้มีเส้นใยขัดฟันชนิดพิเศษสำหรับผู้ที่ใส่สะพานครอบฟัน (ฟันครอบชนิดติดแน่น) ที่เรียกว่า super floss หรือ supreme floss ตามแต่ผู้ผลิตจะเรียกชื่อ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเส้นใยขัดฟันรวมกับฟองน้ำ เพื่อใช้ขัดสะพานฟันไปพร้อมกับทำความสะอาดซอกฟันของผู้ใช้
อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยที่ผ่านมา พบว่า ไม่ว่าจะใช้เส้นใยขัดฟันชนิดใดก็ตาม ถ้าใช้อย่างถูกวิธีก็จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารได้ไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ที่ไม่ได้ใช้เส้นใยขัดฟันจะมีคราบต่างๆ สะสมที่ซอกฟันและนำมาสู่ปัญหาต่างๆ ได้มากกว่า ดังนั้น ทุกท่านจึงควรใส่ใจที่จะทำความสะอาดบริเวณซอกฟันหลังการแปรงฟันทุกวันด้วยเส้นใยขัดฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี และฟันจะได้อยู่กับทุกท่านไปตลอด
ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลและรูปภาพจาก
|