Language:  THA  |  ENG แจ้งโอนเงิน
ตะกร้าสินค้า :  0  ชิ้น (0.00 บาท)
 
      เกร็ดความรู้
หน้าหลัก  >  เกร็ดความรู้  >  มารู้จัก "ทันตกรรมรากเทียม" กันเถอะ


  มารู้จัก "ทันตกรรมรากเทียม" กันเถอะ
 
รากเทียม (Implant) เป็นแท่งไททาเนียมขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายรากฟัน โดยรากฟันเทียมจะถูกฝังลงในกระดูกขากรรไกรที่เหมาะสม เพื่อทำหน้าที่สำหรับยึดฟันเทียม และรองรับแรงบดเคี้ยวจากฟันเทียมที่อยู่บนรากเทียม 

ข้อดีของการปลูกรากเทียม
  1. ใช้งานได้ผลใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ
  2. ไม่ต้องกรอเนื้อฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันเทียม
  3. เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว
  4. ช่วยคงสภาพกระดูกขากรรไกร
 

 ชนิดของรากเทียม มี 3 ชนิด คือ
1.รากเทียมชนิดสนับสนุนครอบฟัน (Implant supported crown)
2.รากเทียมชนิดสนับสนุนสะพานฟัน (Implant supported bridge) 
3.รากเทียมชนิดสนับสนุนฟันเทียมถอดได้ (Implant supported denture)

ขั้นตอนการปลูกรากเทียม มีดังนี้

  1. วางแผนการรักษา ประกอบด้วย
    • พิมพ์ปากทำแบบจำลองฟัน
    • เอ็กซเรย์ฟัน Periapical film, Panoramic film หรือ CT scan
    • ตรวจในช่องปากและพูดคุยกับผู้ป่วย (แจ้งแผนการรักษา ระยะเวลา ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย)
  2. ฝังรากเทียม รากเทียมจะถูกใส่ในขากรรไกร เพื่อทดแทนรากฟันเดิม ดังรูปที่ 5
  3. นัดมาตรวจสภาพรากเทียมหลังการฝัง
  4. รอการยึดติดของกระดูกกับรากเทียม (Healing) 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูกขากรรไกร มีการถ่ายเอ็กซเรย์ดูรากเทียม เมื่อรากเทียมเชื่อมกับกระดูกดีแล้ว จึงพิมพ์ปาก ในบางกรณีกระดูกอาจไม่เชื่อมกับรากเทียม อาจต้องฝังรากทียมใหม่
  5. นำส่วนต่อรากเทียม (abutment) มายึดติดกับรากเทียมที่ใส่ในขั้นตอนแรก หลังจากนั้นนำส่วนครอบฟันหรือฟันเทียมถอดได้ มายึดติดกับส่วนต่อรากเทียม ดังรูปที่ 6
  6. นัดผู้ป่วยมาตรวจสภาพรากเทียม 1 สัปดาห์, 2 เดือน และทุก 6 เดือนในปีแรก และทุก 2 ปีในปีต่อๆไป
ปัจจุบันนี้การฝังรากเทียมได้พัฒนาไปมาก และกำลังเป็นที่แพร่หลาย ผู้ป่วยควรปรึกษา และสอบถามรายละเอียดกับทันตแพทย์เรื่องระยะเวลาในการรักษา แผนการรักษา และ คุณภาพของชนิดรากเทียมที่ใช้ก่อนตัดสินใจที่จะฝังรากเทียม

ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลและรูปภาพจาก