Language:  THA  |  ENG แจ้งโอนเงิน
ตะกร้าสินค้า :  0  ชิ้น (0.00 บาท)
 
      เกร็ดความรู้
หน้าหลัก  >  เกร็ดความรู้  >  สารพันปัญหาถาม-ตอบสุขภาพช่องปาก


  สารพันปัญหาถาม-ตอบสุขภาพช่องปาก
 
ไม่ว่าจะวันไหนๆ ทุกเช้าแห่งการเริ่มต้นภารกิจ จวบจนช่วงวารสุดท้ายก่อนเข้าสู่การพักผ่อนนอนหลับ เรื่องของสุขภาพในช่องปากและฟัน ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดโรคภัยต่างๆ
 ถาม : ฟันตามธรรมชาติของคนมีกี่ชุด 
 ตอบ : มี 2 ชุด คือ ฟันแท้ และฟันน้ำนม 
   
 ถาม : ฟันน้ำนมเริ่มขึ้นเมื่ออายุเท่าไร 
 ตอบ : 2 ขวบ - 2 ขวบครึ่ง
   
 ถาม : ฟันน้ำนมมีกี่ซี่ 
 ตอบ : 20 ซี่ 
   
 ถาม : ทำไมจึงต้องรักษาฟันน้ำนมให้ดี 
 ตอบ : เพราะเปรียบเสมือนฟันนำร่อง ถ้ารักษาดี ฟันแท็ที่ขึ้นมาแทนที่ก็จะมีความสมบรูณ์ อยูาในสภาพดีเช่นกัน 
   
 ถาม : ฟันแท้มีกี่ซี่ 
 ตอบ : 32 ซี่ 
   
 ถาม : ฟันกราม 4 ซี่ สุดท้ายจะเริ่มขึ้นเมื่อไร 
 ตอบ : อายุ ประมาณ 18 ปีขึ้นไป 
   
 ถาม : ฟันแท้จะอยู่นานแค่ไหน 
 ตอบ : ถ้าดูแลรักษาดี ฟันแท้จะสามารถอยู่กับเราไปได้ชั่วชีวิต 
   
 ถาม : อะไรคือสาเหตุของโรคฟันและเหงือก 
 ตอบ : คราบจุลินทรีย์ 
   
 ถาม : คราบจุลินทรีย์คืออะไร 
 ตอบ : เกิดจากเชื่อโรครวมกับน้ำตาล และโปรตีนในน้ำตาลมักติดบนผิวฟัน 
   
 ถาม : วิธีกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่ดีที่สุดคือ 
 ตอบ : การแปรงฟันควบคู่กับการใช้ไหมขัดฟัน 
   
 ถาม : ถ้ากำจัดคราบจุลินทรีย์ไม่หมดจะมีผลอย่างไร 
 ตอบ : จะเกิดการสะสม และกลายเป็นคราบหินปูน 
   
 ถาม : วิธีกำจัดคราบหินปูนที่ดีที่สุดคืออะไร 
 ตอบ : พบทันตแพทย์ เพื่อขูดคราบหินปูน 
   
 ถาม : ทานอาหารอย่างไรให้สุขภาพฟันดี 
 ตอบ : -ลดอาหารจุกจิก
-เลือกทานถั่วและผลไม้แทนแป้งและน้ำตาล ในอาหารว่าง
-ลดปริมาณและความถี่ในการทานอาหารที่มีน้ำตาล เช่น ชา กาแฟ
-แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร 
   
 ถาม : แร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันคืออะไร 
 ตอบ : แคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส 
   
 ถาม : อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงได้แก่ 
 ตอบ : นม เนย ไข่แดง ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง งาดำ ผักใบเขียว เป็นต้น 
   
 ถาม : การดื่มน้ำผลไม้มีผลกระทบต่อฟันหรือไม่ 
 ตอบ : น้ำผลไม้ทำให้ฟันสึกกร่อนได้ เพราะในน้ำผลไม้มีกรดซิตริก สามารถละลายแคลเซี่ยม ในผิวเคลือบฟันออก เมื่อดื่มน้ำผลไม้ควรดื่มน้ำตาม หรือบ้วนปากทุกครั้ง 
   
 ถาม : น้ำอัดลมมีผลต่อฟันอย่างไร 
 ตอบ : น้ำอัดลม มีส่วนผสมของน้ำตาล ที่ใช้เป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อจุลินทรีย์นำไปใช้เป็นอาหาร แล้วจะปล่อยของเสียเป็นกรดมากัดกร่อนเหงือกและฟัน 
   
 ถาม : การแปรงฟันควรแปรงวันละกี่ครั้ง 
 ตอบ : ทุกครั้งหลังอาหาร หรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 
   
 ถาม : การแปรงฟันแต่ละครั้ง ควรใช้เวลาแค่ไหนจึงสะอาดทั่วถึง 
 ตอบ : ประมาณ 2-3 นาที แต่ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ ต้องใช้เวลามากกว่านี้ 
   
 ถาม : การแปรงฟันแนวขวางเป็นประจำ มีผลเสียอย่างไร 
 ตอบ : ทำให้เหงือกร่น ฟันผุ และเสียวฟัน 
   
 ถาม : อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีชั่วคราว 
 ตอบ : เกิดจากคราบบุหรี่ ชา กาแฟ การแปรงฟันทำให้กลับเป็นปกติได้ 
   
 ถาม : สาเหตุของฟันเปลี่ยนสีถาวรคืออะไร 
 ตอบ : เกิดการฟันถูกกระทบกระเทือน ทำให้ฟันตาย กลายเป็นสีคล้ำ รักษาด้วยการรักษารากฟัน 
   
 ถาม : สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน คืออะไร 
 ตอบ : เกิดจากการแปรงฟันผิดวิธี ทำให้ฟันสึก แก้ไขโดยการแปรงฟันให้ถูกวิธี และควรอุดฟันที่สึก 
   
 ถาม : ควรป้องกันอุบัติเหตุกับฟัน ที่เกิดจากการเล่นกีฬาอย่างไร 
 ตอบ : ใช้ฟันยางซึ่งเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่ง ใช้ใส่เพื่อป้องกันอันตรายขณะเล่นกีฬา มีจำหน่ายที่ร้านขายเครื่องกีฬา หรืออาจจะให้ทันตแพทย์ทำให้โดยเฉพาะ 
   
 ถาม : คราบฟันจาก บุหรี่ ชา กาแฟ แก้ไขอย่างไร 
 ตอบ : การสูบบุหรี่หรือกินอาหาร เครื่องดื่มที่มีสีเป็นประจำ จะมีการสะสมของสีบนผิวฟันที่ขรุขระ เกิดเป็นคราบสีต่างๆ ไม่น่าดู แก้ไขด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ด้วยยาสีฟันที่มีประสิทธิภาพ หรือใช้อุปกรณ์ที่ช่วยขจัดคราบบางๆได้เช่น หัวยางขัดคราบฟัน 
   
 ถาม : การสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดฟันเหลือง แล้วยังมีผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพในช่องปาก 
 ตอบ : ทำให้เกิดการระคายในช่องปาก เหงือก เพดานเป็นฝ้าขาว มีการอักเสบของรูเปิดของท่อน้ำลายบริเวนด้านใน มีการหนาตัวของเยื่อบุผิว อาจจะทำให้เกิดมะเร็งริมฝีปากได้ 
   
 ถาม : สุขภาพฟันและระบบย่อยอาหาร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร 
 ตอบ : อาหารที่ผ่านการบดเคี้ยวยิ่งละเอียดเท่าไร กระเพราะอาหารและลำไส้ ก็ทำงานน้อยลง และดูดซับแร่ธาตุได้มากขึ้น 
   
 ถาม : เราสามารถตรวจคราบจุลินทรีย์ ภายหลังการแปรงฟันได้ด้วยวิธีใด 
 ตอบ : - ใช้ลิ้นสัมผัสตามผิวฟัน ถ้ามีคราบจุลินทรีย์จะรู้สึกมีเมือกสากๆเกาะที่ผิว
- มองด้วยตาเปล่าจะมีคราบขาวขุ่นๆ ติดอยู่ตามซอกเหงือกและฟัน 
   
 ถาม : โรคฟันผุคืออะไร 
 ตอบ : คือการที่ฟันถูกทำลายให้เป็นรูหรือโพรง การลำลายนี้จะเป็นไปเรื่อยๆ โดยที่ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมได้ 
   
 ถาม : วิธีทดสอบว่าฟันผุหรือไม่ ทำอย่างไร 
 ตอบ : 1. มีจุดดำที่ร่องฟัน สามารถมองเห็นได้ด้วยการใช้กระจกส่องฟัน
2. มองด้วยตาเปล่าจะมีคราบขุ่นๆขาว ติดอยู่ที่ซอกเหงือกและฟัน
3. เมื่อใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยบริเวณร่องฟ้น จะมีอาการเสียวฟัน
4. รับประทายอาหารเย็นจัด ร้อนจัด หรือหวานจัดจะรู้สึกเสียวฟันจนปวดฟัน
5. มีกลิ่นปากตลอดเวลา 
   
 ถาม : ฟันผุถึงโพรงประสาทจะมีผลต่อร่างกายอย่างไร 
 ตอบ : เชื้อจุลินทรีย์จะแทรกซึมเข้าไปยังเซลล์ประสาท และแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายทางเส้นเลือด โรคที่พบบ่อย เช่น เยื่อบุฟันอักเสบ ตับอักเสบ ฝีที่ปอด และเยื่อบุสมองอักเสบ 
   
 ถาม : สาเหตุของโรคฟันผุคือ 
 ตอบ : กรดทำลายฟันที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ ทำปฎิกิริยากับน้ำตาลใรเศษอาหาร กรดนี้จะค่อยๆทำลายฟัน ทำให้เกิดฟันผุ 
   
 ถาม : ฟันผุสามารถรักษาได้อย่างไร 
 ตอบ : รักษาได้ด้วยการอุดฟัน เพื่อยับยั้งการลุกลามของโรค ทันตแพทย์จะกรอฟันส่วนที่ผุออกหมด แล้วจึงเอาวัสดุอุดฟันใส่แทนที่ แต่งวัสดุอุดฟันให้พอดีจนแข็งตัว จึงใช้เคี้ยวอาหารได้ตามปกติ 
   
 ถาม : วัสดุที่ใช้อุดฟันมีกี่ชนิด 
 ตอบ : 2 ชนิด คือ 
1. โลหะสีเงิน นิยมใช้กับฟันหลัง เพราะทนทานรับแรงบดเคี้ยวได้ดี ราคาถูก
2. ชนิดพลาสสิก นิยมใช้กับฟันหน้า เพราะมีสีคล้ายฟันธรรมชาติมาก 
   
 ถาม : เพราะเหตุใด โรคฟันผุจึงพบในวัยรุ่นมากที่สุด 
 ตอบ : เพราะเด็กวัยรุ่นมักหิวบ่อย และชอบของหวาน ของขบเคี้ยวเป็นประจำ นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นเป็นโรคเหงือกอักเสบกันมาก ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่สาเหตุส่วนใหญ่ก็คือการรักษาความสะอาดของฟันไม่เพียงพอ 
   
 ถาม : พฤติกรรมใดที่มีผลเสียต่อสุขภาพฟันของเด็กเล็ก 
 ตอบ : เด็กเล็กมีนิสัยชอบดูดนิ้วมือ หรือดูดหัวนมปลอม ทำให้ขากรรไกรผิดปกติ ฟันหน้ายื่น 
   
 ถาม : คุณแม่จะป้องกันโรคฟันผุในเด็กเล็กอย่างไร 
 ตอบ : ถ้าเลือกได้ควรให้ดูดนมแม่ ถ้าจำเป็นต้องดูดนมขวด ควรเลือกชนิดที่ไม่หวาน ไม่ควรให้เด็กดูดนมจนหลับคาขวด และหลังการดูดนมควรให้ดูดน้ำทุกครั้ง 
   
 ถาม : พฤติกรรมใดที่มีผลเสียต่อสุขภาพฟันผู้ใหญ่ 
 ตอบ : การกัดเล็บ ดินสอ ด้ามแว่นตา หรือใช้ฟันเปิดฝาขวด เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเก บิด แตกหรือหัก 
   
 ถาม : หน้าที่ของฟันคืออะไร 
 ตอบ : 1. ใช้บดเคี้ยวอาหาร
2. เสริมบุคลิกภาพให้ดูสวยงาม
3. ช่วยในการออกเสียง 
   
 ถาม : โรคปริทันต์เป็นอย่างไร 
 ตอบ : อาการที่เหงือกอักเสบรุนแรง ทำลายเยื่อยึดรากฟันทำให้เป็นฝีหนอง และมีกลิ่นปาก 
   
 ถาม : รำมะนาดคืออะไร 
 ตอบ : เป็นคำเรียกโรคปริทันต์ ของคนสมัยก่อน 
   
 ถาม : ถ้าเหงือกร่นแล้วมีอาการเสียวฟัน จะแก้ไขอย่างไร
 ตอบ : 1. ใช้ยาสีฟันที่มีสารช่วยลดอาการเสียวฟันเป็นประจำ
2. พบแพทย์เพื่อทาสารลดการเสียวฟัน
3. อุดฟันเฉพาะส่วนที่รากฟันโผล่พ้นขอบเหงือกขึ้นมา
   
 ถาม : การเกลารากฟันคืออะไร
 ตอบ : การกำจัดหินปูนที่อยู่ใต้ขอบเหงือก
   
 ถาม : เลือดออกขณะแปรงฟันเกิดจากเกิดจากสาเหตุใด
 ตอบ : เกิดจากอาการเหลือกอักเสบ
   
 ถาม : โรคเหงืออักเสบ และปริทันต์ มีอาการอย่างไร
 ตอบ : 1. เลือกออกขณะแปรงฟัน
2. เหงือกบวม แดง นิ่ม
3. เหงือกแยกตัวออกจากฟัน
4. มีกลิ่นปาก
5. มีคราบจุลินทรีย์ มีหินปูนเกาะบริเวณคอฟัน
6. มีหนองบริเวณคอฟัน
7. ฟันโยก
8. กัดอาหารแล้วรู้สึกว่าฟันไม่แน่น
   
 ถาม : เหตุใดผู้มีอาการเหงือกอักเสบ จึงมีเลือดออกขณะแปรงฟัน
 ตอบ : เมื่อช่องปากมีการอักเสบจะมีเลือดไหลเวียน มายังตำแหน่งที่อักเสบมาก ทำให้มีเลือดออกง่าย เมื่อมีการกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย จากการเสียดสีของขนแปรงขณะแปรงฟัน
   
 ถาม : โรคปริทันต์ หากปล่อยไว้นานจะมีผลอย่างไร
 ตอบ : มีกลิ่นปากน่ารังเกียจ เมื่อมีการทำลายกระดูกมากขึ้น จะทำให้ฟันโยก และหลุดออกไป โดยที่ตัวฟันยังมีสภาพดีอยู่
   
 ถาม : อันตรายที่เกิดจากหินปูนคือ
 ตอบ : หินปูนมีลักษณะขรุขระ เป็นที่สะสมของคราบจุลินทรีย์ ซึ่งจะบัขสารพิษออกมาทำให้เหงือกอักเสบ คราบหินปูนไม่สามารถขจัดได้ด้วยการแปรงฟัน จะต้องพบแพทย์เพื่อขูดออก
   
 ถาม : ทำอย่างไรจึงจะสามารถลดการสะสมตัวของการเกิดหินปูนได้
 ตอบ : ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของไตรโคลซาน ที่มีผลในการลดการสะสมของการเกิดหินปูน
   
 ถาม : กลิ่นปากเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง
 ตอบ : 1. เกิดจากความไม่สะอาดของช่องปาก เศษอาหารที่ตกค้างบูดเน่าตามซอกฟัน หนองปลายรากฟัน เหงือกอักเสบ แผลเรื้อรัง
2. เกิดจากโรคทางร่างกาย เช่น ต่อมทอนซิล กระเพาะอาหารอักเสบ ไซนัสอักเสบ โรคเยื่อบุโพรงจมูกและปอด
   
 ถาม : จะแก้ไขการเกิดกลิ่นปากได้อย่างไร
 ตอบ : สาเหตุเกิดจากช่องปาก หรือตามร่างกาย กรณีเกิดจากช่องปากให้รักษาอย่างถูกวิธีจากทันต์แพทย์ ถ้าเกิดจากกรณีอื่น เช่น โรคจากร่างกายต้องขอคำแนะนำจากแพทย์
   
 ถาม : การกลืนยาสีฟันขณะแปรงฟันเป็นอันตรายหรือไม่
 ตอบ : สารในยาสีฟันเป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ถ้าเผลอกลืนเข้าไปร่างกายสามารถขับออกได้
   
 ถาม : แผลในปากรักษาอย่างไร
 ตอบ : แผลในปากเรียกว่า แผลร้อนใน ทำให้เกิดอาการเจ็บ กินอาหารไม่สะดวก การรักษาทำได้ด้วยการรักษาความสะอาด และการใช้ขี้ผึ้งพวกสเตียรอยด์สำหรับทาแผลในปากโดยเฉพาะ ปกติแผลในปากจะหายได้เองใน 2 สัปดาห์
   
 ถาม : การแปรงลิ้นมีประโยชน์อย่างไร
 ตอบ : เมื่อแปรงลิ้นควบคู่กับการแปรงฟัน จะสามารถขจัดคราบขาวบนลิ้นอันเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและอาหารได้ ช่วยป้องกันโรคฟันผุและกลิ่นปาก
   
 ถาม : การแปรงลิ้นทำได้อย่างไร
 ตอบ : ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดลิ้นตามท้องตลาด กวาดมาด้านหน้าราว 4-5 ครั้ง จะปรากฎคราบสีขาวหลุดออกมา 
   
 ถาม : น้ำยาบ้วนปากมีประโยชน์อย่างไร
 ตอบ : ช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียในตามซอกฟัน เหงือก และ ลำคอ ด้วยสารต่อต้านคราบจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง
   
 ถาม : ไม้จิ้มฟันสามารถกำจัดแบคทีเรียได้หรือไม่
 ตอบ : เราสามารถใช้ไม้จิ้มฟันกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่ติดอยู่ในบริเวณคอฟัน และระวังอย่างให้ไม้จิ้มฟันโดนเหงือก
   
 ถาม : คุณแม่ควรแปรงฟันให้เด็กเล็กหรือไม่
 ตอบ : ควร เพราะเด็กเล็ก วัย 2-6 ขวบ ไม่อดทนที่จะทำสิ่งต่างๆได้นาน และเพื่อมั่นใจว่าฟันของเด็กสะอาดจริง พ่อแม่ควรแปรงฟันให้อย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
   
 ถาม : ดื่มน้ำไว้อย่าให้ปากแห้ง
 ตอบ : เพราะการที่เรามีปากแห้ง มีแนวโน้มที่จะมีกลิ่นปาก และฟันผุได้ง่าย
   
 ถาม : อาการปากแห้งเกิดจากสาเหตุใด
 ตอบ : 1. ดื่มน้ำน้อย
2. พูดเป็นเวลานาน
3. มีความเครียด
4. ทานยาบางชนิด
5. รับการฉายรังสีรักษาโรค
   
 ถาม : ทำไมต้องแปรงฟันนานอย่างน้อย 2-3 นาที
 ตอบ : 1. ทำให้สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึง
2. ฟูลออไรด์ในยาสีฟันมีเวลามากพอที่จะเข้าไปจับตัวกับผิวเคลือบฟัน ช่วยป้องกันฟันผุได้
   
 ถาม : นอกจากการแปรงฟันควรดูแลสุขภาพฟันด้วยตนเองอย่างไรบ้าง
 ตอบ : ควรตรวจฟันเองที่หน้ากระจก หรือใช้กระจกส่องฟัน และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาด
   
 ถาม : ในยาสีฟันประกอบด้วยอะไรบ้าง
 ตอบ : ผงขัดฟัน สารทำให้เกิดฟอง สารปรุงแต่งกลิ่น รส และสารกันบูด และอื่นๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งรแงของฟัน เช่น ฟูลออไรด์
   
 ถาม : ฟันแม่เสียแคลเซี่ยม เพื่อสร้างฟันให้ลูกในครรภ์จริงหรือ
 ตอบ : ไม่จริง เพราะระยะตั้งครรภ์หากแม่ได้รับแคลเซี่ยมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซี่ยมจากกระดูกของแม่ไปใช้ ไม่ใช่จากฟัน หากเกิดฟันผุในช่วงนี้มีสาเหตุมาจากแม่กินจุกจิกมากกว่า
   
 ถาม : นมรสหวานเป็นสาเหตุทำให้เด็กฟันผุ
 ตอบ : เพราะน้ำตาลที่มีอยู่ในยมเป็นสาเหตุทำให้เกิดฟันผุ หากต้องการจูงใจให้เด็กดื่มนมรสหวาน ควรเพิ่มมาตรการป้องกันฟันผุเช่น แปรงฟัน บ้วนปากหลังการดื่มนม
   
 ถาม : ทำอย่างไรให้ลูกไม่กลัวการทำฟัน
 ตอบ : พาลูกไปหาหมอฟันตั้งแต่อายุยังน้อย ให้เรียนรู้ทีละน้อยจากการทำความสะอาดฟัน เคลือบฟูลออไรด์ก่อนที่จะอุดฟัน
   
 ถาม : ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่มักมีอาการเหงือกอักเสบเพราะสาเหตุใด
 ตอบ : เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ควรพบทันต์แพทย์เพื่อทำความสะอาดฟัน
   
 ถาม : มารดาในระยะตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารประเภทใด ที่จะช่วยบำรุงฟัน และกระดูกของทารกในครรภ์
 ตอบ : รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส เช่น นม ไข่แดง งา อาหารทะเล พวกปู หอย ปลาตัวเล็กๆที่กินทั้งตัว กุ้งแห้ง ผักสีเขียวและผลไม้
   
 ถาม : ควรทำความสะอาดช่องปากให้ลูกน้อยแรกเกิดจนถึงฟันน้ำนมเช่นไร
 ตอบ : ใช้ผ้ากอสหรือสำลีชุบยาสีฟันเช็ดเหงือกและฟันให้ลูก วันละ 2-3 ครั้ง
   
 ถาม : ควรให้เด็กเล็กดูดนมจนหลับถึงอายุเท่าไร
 ตอบ : เมื่อลูกน้อยอายุ 1-2 ขวบ ควรหยุดให้เด็กดูดนมจนหลับคาปากเพื่อป้องกันฟันผุ
   
 ถาม : การปล่อยให้เด็กดูดนมจากขวด หรือหัวนมยาง จนอายุเกินขวบครึ่ง มีผลอย่างไรต่อฟันเด็ก
 ตอบ : มีผลต่อการเรียงตัวของฟันบนขากรรไกร ทำให้ฟันยื่น เพดานปากลึกและสบฟันไม่ปกติ
   
 ถาม : เราควรพบทันต์แพทย์เมื่อใด
 ตอบ : ทุก 180 วัน เป็นอย่างน้อย
   
 ถาม : ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมควรไปพบทันตแพทย์บ่อยแค่ไหน
 ตอบ : ทุก 6 เดือน

    ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลและรูปภาพจาก