| ถาม : |
ฟันตามธรรมชาติของคนมีกี่ชุด |
| ตอบ : |
มี 2 ชุด คือ ฟันแท้ และฟันน้ำนม |
| |
|
| ถาม : |
ฟันน้ำนมเริ่มขึ้นเมื่ออายุเท่าไร |
| ตอบ : |
2 ขวบ - 2 ขวบครึ่ง |
| |
|
| ถาม : |
ฟันน้ำนมมีกี่ซี่ |
| ตอบ : |
20 ซี่ |
| |
|
| ถาม : |
ทำไมจึงต้องรักษาฟันน้ำนมให้ดี |
| ตอบ : |
เพราะเปรียบเสมือนฟันนำร่อง ถ้ารักษาดี ฟันแท็ที่ขึ้นมาแทนที่ก็จะมีความสมบรูณ์ อยูาในสภาพดีเช่นกัน |
| |
|
| ถาม : |
ฟันแท้มีกี่ซี่ |
| ตอบ : |
32 ซี่ |
| |
|
| ถาม : |
ฟันกราม 4 ซี่ สุดท้ายจะเริ่มขึ้นเมื่อไร |
| ตอบ : |
อายุ ประมาณ 18 ปีขึ้นไป |
| |
|
| ถาม : |
ฟันแท้จะอยู่นานแค่ไหน |
| ตอบ : |
ถ้าดูแลรักษาดี ฟันแท้จะสามารถอยู่กับเราไปได้ชั่วชีวิต |
| |
|
| ถาม : |
อะไรคือสาเหตุของโรคฟันและเหงือก |
| ตอบ : |
คราบจุลินทรีย์ |
| |
|
| ถาม : |
คราบจุลินทรีย์คืออะไร |
| ตอบ : |
เกิดจากเชื่อโรครวมกับน้ำตาล และโปรตีนในน้ำตาลมักติดบนผิวฟัน |
| |
|
| ถาม : |
วิธีกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่ดีที่สุดคือ |
| ตอบ : |
การแปรงฟันควบคู่กับการใช้ไหมขัดฟัน |
| |
|
| ถาม : |
ถ้ากำจัดคราบจุลินทรีย์ไม่หมดจะมีผลอย่างไร |
| ตอบ : |
จะเกิดการสะสม และกลายเป็นคราบหินปูน |
| |
|
| ถาม : |
วิธีกำจัดคราบหินปูนที่ดีที่สุดคืออะไร |
| ตอบ : |
พบทันตแพทย์ เพื่อขูดคราบหินปูน |
| |
|
| ถาม : |
ทานอาหารอย่างไรให้สุขภาพฟันดี |
| ตอบ : |
-ลดอาหารจุกจิก -เลือกทานถั่วและผลไม้แทนแป้งและน้ำตาล ในอาหารว่าง -ลดปริมาณและความถี่ในการทานอาหารที่มีน้ำตาล เช่น ชา กาแฟ -แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร |
| |
|
| ถาม : |
แร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันคืออะไร |
| ตอบ : |
แคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส |
| |
|
| ถาม : |
อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงได้แก่ |
| ตอบ : |
นม เนย ไข่แดง ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง งาดำ ผักใบเขียว เป็นต้น |
| |
|
| ถาม : |
การดื่มน้ำผลไม้มีผลกระทบต่อฟันหรือไม่ |
| ตอบ : |
น้ำผลไม้ทำให้ฟันสึกกร่อนได้ เพราะในน้ำผลไม้มีกรดซิตริก สามารถละลายแคลเซี่ยม ในผิวเคลือบฟันออก เมื่อดื่มน้ำผลไม้ควรดื่มน้ำตาม หรือบ้วนปากทุกครั้ง |
| |
|
| ถาม : |
น้ำอัดลมมีผลต่อฟันอย่างไร |
| ตอบ : |
น้ำอัดลม มีส่วนผสมของน้ำตาล ที่ใช้เป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อจุลินทรีย์นำไปใช้เป็นอาหาร แล้วจะปล่อยของเสียเป็นกรดมากัดกร่อนเหงือกและฟัน |
| |
|
| ถาม : |
การแปรงฟันควรแปรงวันละกี่ครั้ง |
| ตอบ : |
ทุกครั้งหลังอาหาร หรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง |
| |
|
| ถาม : |
การแปรงฟันแต่ละครั้ง ควรใช้เวลาแค่ไหนจึงสะอาดทั่วถึง |
| ตอบ : |
ประมาณ 2-3 นาที แต่ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ ต้องใช้เวลามากกว่านี้ |
| |
|
| ถาม : |
การแปรงฟันแนวขวางเป็นประจำ มีผลเสียอย่างไร |
| ตอบ : |
ทำให้เหงือกร่น ฟันผุ และเสียวฟัน |
| |
|
| ถาม : |
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีชั่วคราว |
| ตอบ : |
เกิดจากคราบบุหรี่ ชา กาแฟ การแปรงฟันทำให้กลับเป็นปกติได้ |
| |
|
| ถาม : |
สาเหตุของฟันเปลี่ยนสีถาวรคืออะไร |
| ตอบ : |
เกิดการฟันถูกกระทบกระเทือน ทำให้ฟันตาย กลายเป็นสีคล้ำ รักษาด้วยการรักษารากฟัน |
| |
|
| ถาม : |
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน คืออะไร |
| ตอบ : |
เกิดจากการแปรงฟันผิดวิธี ทำให้ฟันสึก แก้ไขโดยการแปรงฟันให้ถูกวิธี และควรอุดฟันที่สึก |
| |
|
| ถาม : |
ควรป้องกันอุบัติเหตุกับฟัน ที่เกิดจากการเล่นกีฬาอย่างไร |
| ตอบ : |
ใช้ฟันยางซึ่งเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่ง ใช้ใส่เพื่อป้องกันอันตรายขณะเล่นกีฬา มีจำหน่ายที่ร้านขายเครื่องกีฬา หรืออาจจะให้ทันตแพทย์ทำให้โดยเฉพาะ |
| |
|
| ถาม : |
คราบฟันจาก บุหรี่ ชา กาแฟ แก้ไขอย่างไร |
| ตอบ : |
การสูบบุหรี่หรือกินอาหาร เครื่องดื่มที่มีสีเป็นประจำ จะมีการสะสมของสีบนผิวฟันที่ขรุขระ เกิดเป็นคราบสีต่างๆ ไม่น่าดู แก้ไขด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ด้วยยาสีฟันที่มีประสิทธิภาพ หรือใช้อุปกรณ์ที่ช่วยขจัดคราบบางๆได้เช่น หัวยางขัดคราบฟัน |
| |
|
| ถาม : |
การสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดฟันเหลือง แล้วยังมีผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพในช่องปาก |
| ตอบ : |
ทำให้เกิดการระคายในช่องปาก เหงือก เพดานเป็นฝ้าขาว มีการอักเสบของรูเปิดของท่อน้ำลายบริเวนด้านใน มีการหนาตัวของเยื่อบุผิว อาจจะทำให้เกิดมะเร็งริมฝีปากได้ |
| |
|
| ถาม : |
สุขภาพฟันและระบบย่อยอาหาร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร |
| ตอบ : |
อาหารที่ผ่านการบดเคี้ยวยิ่งละเอียดเท่าไร กระเพราะอาหารและลำไส้ ก็ทำงานน้อยลง และดูดซับแร่ธาตุได้มากขึ้น |
| |
|
| ถาม : |
เราสามารถตรวจคราบจุลินทรีย์ ภายหลังการแปรงฟันได้ด้วยวิธีใด |
| ตอบ : |
- ใช้ลิ้นสัมผัสตามผิวฟัน ถ้ามีคราบจุลินทรีย์จะรู้สึกมีเมือกสากๆเกาะที่ผิว - มองด้วยตาเปล่าจะมีคราบขาวขุ่นๆ ติดอยู่ตามซอกเหงือกและฟัน |
| |
|
| ถาม : |
โรคฟันผุคืออะไร |
| ตอบ : |
คือการที่ฟันถูกทำลายให้เป็นรูหรือโพรง การลำลายนี้จะเป็นไปเรื่อยๆ โดยที่ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมได้ |
| |
|
| ถาม : |
วิธีทดสอบว่าฟันผุหรือไม่ ทำอย่างไร |
| ตอบ : |
1. มีจุดดำที่ร่องฟัน สามารถมองเห็นได้ด้วยการใช้กระจกส่องฟัน 2. มองด้วยตาเปล่าจะมีคราบขุ่นๆขาว ติดอยู่ที่ซอกเหงือกและฟัน 3. เมื่อใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยบริเวณร่องฟ้น จะมีอาการเสียวฟัน 4. รับประทายอาหารเย็นจัด ร้อนจัด หรือหวานจัดจะรู้สึกเสียวฟันจนปวดฟัน 5. มีกลิ่นปากตลอดเวลา |
| |
|
| ถาม : |
ฟันผุถึงโพรงประสาทจะมีผลต่อร่างกายอย่างไร |
| ตอบ : |
เชื้อจุลินทรีย์จะแทรกซึมเข้าไปยังเซลล์ประสาท และแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายทางเส้นเลือด โรคที่พบบ่อย เช่น เยื่อบุฟันอักเสบ ตับอักเสบ ฝีที่ปอด และเยื่อบุสมองอักเสบ |
| |
|
| ถาม : |
สาเหตุของโรคฟันผุคือ |
| ตอบ : |
กรดทำลายฟันที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ ทำปฎิกิริยากับน้ำตาลใรเศษอาหาร กรดนี้จะค่อยๆทำลายฟัน ทำให้เกิดฟันผุ |
| |
|
| ถาม : |
ฟันผุสามารถรักษาได้อย่างไร |
| ตอบ : |
รักษาได้ด้วยการอุดฟัน เพื่อยับยั้งการลุกลามของโรค ทันตแพทย์จะกรอฟันส่วนที่ผุออกหมด แล้วจึงเอาวัสดุอุดฟันใส่แทนที่ แต่งวัสดุอุดฟันให้พอดีจนแข็งตัว จึงใช้เคี้ยวอาหารได้ตามปกติ |
| |
|
| ถาม : |
วัสดุที่ใช้อุดฟันมีกี่ชนิด |
| ตอบ : |
2 ชนิด คือ 1. โลหะสีเงิน นิยมใช้กับฟันหลัง เพราะทนทานรับแรงบดเคี้ยวได้ดี ราคาถูก 2. ชนิดพลาสสิก นิยมใช้กับฟันหน้า เพราะมีสีคล้ายฟันธรรมชาติมาก |
| |
|
| ถาม : |
เพราะเหตุใด โรคฟันผุจึงพบในวัยรุ่นมากที่สุด |
| ตอบ : |
เพราะเด็กวัยรุ่นมักหิวบ่อย และชอบของหวาน ของขบเคี้ยวเป็นประจำ นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นเป็นโรคเหงือกอักเสบกันมาก ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่สาเหตุส่วนใหญ่ก็คือการรักษาความสะอาดของฟันไม่เพียงพอ |
| |
|
| ถาม : |
พฤติกรรมใดที่มีผลเสียต่อสุขภาพฟันของเด็กเล็ก |
| ตอบ : |
เด็กเล็กมีนิสัยชอบดูดนิ้วมือ หรือดูดหัวนมปลอม ทำให้ขากรรไกรผิดปกติ ฟันหน้ายื่น |
| |
|
| ถาม : |
คุณแม่จะป้องกันโรคฟันผุในเด็กเล็กอย่างไร |
| ตอบ : |
ถ้าเลือกได้ควรให้ดูดนมแม่ ถ้าจำเป็นต้องดูดนมขวด ควรเลือกชนิดที่ไม่หวาน ไม่ควรให้เด็กดูดนมจนหลับคาขวด และหลังการดูดนมควรให้ดูดน้ำทุกครั้ง |
| |
|
| ถาม : |
พฤติกรรมใดที่มีผลเสียต่อสุขภาพฟันผู้ใหญ่ |
| ตอบ : |
การกัดเล็บ ดินสอ ด้ามแว่นตา หรือใช้ฟันเปิดฝาขวด เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเก บิด แตกหรือหัก |
| |
|
| ถาม : |
หน้าที่ของฟันคืออะไร |
| ตอบ : |
1. ใช้บดเคี้ยวอาหาร 2. เสริมบุคลิกภาพให้ดูสวยงาม 3. ช่วยในการออกเสียง |
| |
|
| ถาม : |
โรคปริทันต์เป็นอย่างไร |
| ตอบ : |
อาการที่เหงือกอักเสบรุนแรง ทำลายเยื่อยึดรากฟันทำให้เป็นฝีหนอง และมีกลิ่นปาก |
| |
|
| ถาม : |
รำมะนาดคืออะไร |
| ตอบ : |
เป็นคำเรียกโรคปริทันต์ ของคนสมัยก่อน |
| |
|
| ถาม : |
ถ้าเหงือกร่นแล้วมีอาการเสียวฟัน จะแก้ไขอย่างไร |
| ตอบ : |
1. ใช้ยาสีฟันที่มีสารช่วยลดอาการเสียวฟันเป็นประจำ 2. พบแพทย์เพื่อทาสารลดการเสียวฟัน 3. อุดฟันเฉพาะส่วนที่รากฟันโผล่พ้นขอบเหงือกขึ้นมา |
| |
|
| ถาม : |
การเกลารากฟันคืออะไร |
| ตอบ : |
การกำจัดหินปูนที่อยู่ใต้ขอบเหงือก |
| |
|
| ถาม : |
เลือดออกขณะแปรงฟันเกิดจากเกิดจากสาเหตุใด |
| ตอบ : |
เกิดจากอาการเหลือกอักเสบ |
| |
|
| ถาม : |
โรคเหงืออักเสบ และปริทันต์ มีอาการอย่างไร |
| ตอบ : |
1. เลือกออกขณะแปรงฟัน 2. เหงือกบวม แดง นิ่ม 3. เหงือกแยกตัวออกจากฟัน 4. มีกลิ่นปาก 5. มีคราบจุลินทรีย์ มีหินปูนเกาะบริเวณคอฟัน 6. มีหนองบริเวณคอฟัน 7. ฟันโยก 8. กัดอาหารแล้วรู้สึกว่าฟันไม่แน่น |
| |
|
| ถาม : |
เหตุใดผู้มีอาการเหงือกอักเสบ จึงมีเลือดออกขณะแปรงฟัน |
| ตอบ : |
เมื่อช่องปากมีการอักเสบจะมีเลือดไหลเวียน มายังตำแหน่งที่อักเสบมาก ทำให้มีเลือดออกง่าย เมื่อมีการกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย จากการเสียดสีของขนแปรงขณะแปรงฟัน |
| |
|
| ถาม : |
โรคปริทันต์ หากปล่อยไว้นานจะมีผลอย่างไร |
| ตอบ : |
มีกลิ่นปากน่ารังเกียจ เมื่อมีการทำลายกระดูกมากขึ้น จะทำให้ฟันโยก และหลุดออกไป โดยที่ตัวฟันยังมีสภาพดีอยู่ |
| |
|
| ถาม : |
อันตรายที่เกิดจากหินปูนคือ |
| ตอบ : |
หินปูนมีลักษณะขรุขระ เป็นที่สะสมของคราบจุลินทรีย์ ซึ่งจะบัขสารพิษออกมาทำให้เหงือกอักเสบ คราบหินปูนไม่สามารถขจัดได้ด้วยการแปรงฟัน จะต้องพบแพทย์เพื่อขูดออก |
| |
|
| ถาม : |
ทำอย่างไรจึงจะสามารถลดการสะสมตัวของการเกิดหินปูนได้ |
| ตอบ : |
ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของไตรโคลซาน ที่มีผลในการลดการสะสมของการเกิดหินปูน |
| |
|
| ถาม : |
กลิ่นปากเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง |
| ตอบ : |
1. เกิดจากความไม่สะอาดของช่องปาก เศษอาหารที่ตกค้างบูดเน่าตามซอกฟัน หนองปลายรากฟัน เหงือกอักเสบ แผลเรื้อรัง 2. เกิดจากโรคทางร่างกาย เช่น ต่อมทอนซิล กระเพาะอาหารอักเสบ ไซนัสอักเสบ โรคเยื่อบุโพรงจมูกและปอด |
| |
|
| ถาม : |
จะแก้ไขการเกิดกลิ่นปากได้อย่างไร |
| ตอบ : |
สาเหตุเกิดจากช่องปาก หรือตามร่างกาย กรณีเกิดจากช่องปากให้รักษาอย่างถูกวิธีจากทันต์แพทย์ ถ้าเกิดจากกรณีอื่น เช่น โรคจากร่างกายต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ |
| |
|
| ถาม : |
การกลืนยาสีฟันขณะแปรงฟันเป็นอันตรายหรือไม่ |
| ตอบ : |
สารในยาสีฟันเป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ถ้าเผลอกลืนเข้าไปร่างกายสามารถขับออกได้ |
| |
|
| ถาม : |
แผลในปากรักษาอย่างไร |
| ตอบ : |
แผลในปากเรียกว่า แผลร้อนใน ทำให้เกิดอาการเจ็บ กินอาหารไม่สะดวก การรักษาทำได้ด้วยการรักษาความสะอาด และการใช้ขี้ผึ้งพวกสเตียรอยด์สำหรับทาแผลในปากโดยเฉพาะ ปกติแผลในปากจะหายได้เองใน 2 สัปดาห์ |
| |
|
| ถาม : |
การแปรงลิ้นมีประโยชน์อย่างไร |
| ตอบ : |
เมื่อแปรงลิ้นควบคู่กับการแปรงฟัน จะสามารถขจัดคราบขาวบนลิ้นอันเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและอาหารได้ ช่วยป้องกันโรคฟันผุและกลิ่นปาก |
| |
|
| ถาม : |
การแปรงลิ้นทำได้อย่างไร |
| ตอบ : |
ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดลิ้นตามท้องตลาด กวาดมาด้านหน้าราว 4-5 ครั้ง จะปรากฎคราบสีขาวหลุดออกมา |
| |
|
| ถาม : |
น้ำยาบ้วนปากมีประโยชน์อย่างไร |
| ตอบ : |
ช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียในตามซอกฟัน เหงือก และ ลำคอ ด้วยสารต่อต้านคราบจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง |
| |
|
| ถาม : |
ไม้จิ้มฟันสามารถกำจัดแบคทีเรียได้หรือไม่ |
| ตอบ : |
เราสามารถใช้ไม้จิ้มฟันกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่ติดอยู่ในบริเวณคอฟัน และระวังอย่างให้ไม้จิ้มฟันโดนเหงือก |
| |
|
| ถาม : |
คุณแม่ควรแปรงฟันให้เด็กเล็กหรือไม่ |
| ตอบ : |
ควร เพราะเด็กเล็ก วัย 2-6 ขวบ ไม่อดทนที่จะทำสิ่งต่างๆได้นาน และเพื่อมั่นใจว่าฟันของเด็กสะอาดจริง พ่อแม่ควรแปรงฟันให้อย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน |
| |
|
| ถาม : |
ดื่มน้ำไว้อย่าให้ปากแห้ง |
| ตอบ : |
เพราะการที่เรามีปากแห้ง มีแนวโน้มที่จะมีกลิ่นปาก และฟันผุได้ง่าย |
| |
|
| ถาม : |
อาการปากแห้งเกิดจากสาเหตุใด |
| ตอบ : |
1. ดื่มน้ำน้อย 2. พูดเป็นเวลานาน 3. มีความเครียด 4. ทานยาบางชนิด 5. รับการฉายรังสีรักษาโรค |
| |
|
| ถาม : |
ทำไมต้องแปรงฟันนานอย่างน้อย 2-3 นาที |
| ตอบ : |
1. ทำให้สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึง 2. ฟูลออไรด์ในยาสีฟันมีเวลามากพอที่จะเข้าไปจับตัวกับผิวเคลือบฟัน ช่วยป้องกันฟันผุได้ |
| |
|
| ถาม : |
นอกจากการแปรงฟันควรดูแลสุขภาพฟันด้วยตนเองอย่างไรบ้าง |
| ตอบ : |
ควรตรวจฟันเองที่หน้ากระจก หรือใช้กระจกส่องฟัน และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาด |
| |
|
| ถาม : |
ในยาสีฟันประกอบด้วยอะไรบ้าง |
| ตอบ : |
ผงขัดฟัน สารทำให้เกิดฟอง สารปรุงแต่งกลิ่น รส และสารกันบูด และอื่นๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งรแงของฟัน เช่น ฟูลออไรด์ |
| |
|
| ถาม : |
ฟันแม่เสียแคลเซี่ยม เพื่อสร้างฟันให้ลูกในครรภ์จริงหรือ |
| ตอบ : |
ไม่จริง เพราะระยะตั้งครรภ์หากแม่ได้รับแคลเซี่ยมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซี่ยมจากกระดูกของแม่ไปใช้ ไม่ใช่จากฟัน หากเกิดฟันผุในช่วงนี้มีสาเหตุมาจากแม่กินจุกจิกมากกว่า |
| |
|
| ถาม : |
นมรสหวานเป็นสาเหตุทำให้เด็กฟันผุ |
| ตอบ : |
เพราะน้ำตาลที่มีอยู่ในยมเป็นสาเหตุทำให้เกิดฟันผุ หากต้องการจูงใจให้เด็กดื่มนมรสหวาน ควรเพิ่มมาตรการป้องกันฟันผุเช่น แปรงฟัน บ้วนปากหลังการดื่มนม |
| |
|
| ถาม : |
ทำอย่างไรให้ลูกไม่กลัวการทำฟัน |
| ตอบ : |
พาลูกไปหาหมอฟันตั้งแต่อายุยังน้อย ให้เรียนรู้ทีละน้อยจากการทำความสะอาดฟัน เคลือบฟูลออไรด์ก่อนที่จะอุดฟัน |
| |
|
| ถาม : |
ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่มักมีอาการเหงือกอักเสบเพราะสาเหตุใด |
| ตอบ : |
เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ควรพบทันต์แพทย์เพื่อทำความสะอาดฟัน |
| |
|
| ถาม : |
มารดาในระยะตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารประเภทใด ที่จะช่วยบำรุงฟัน และกระดูกของทารกในครรภ์ |
| ตอบ : |
รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส เช่น นม ไข่แดง งา อาหารทะเล พวกปู หอย ปลาตัวเล็กๆที่กินทั้งตัว กุ้งแห้ง ผักสีเขียวและผลไม้ |
| |
|
| ถาม : |
ควรทำความสะอาดช่องปากให้ลูกน้อยแรกเกิดจนถึงฟันน้ำนมเช่นไร |
| ตอบ : |
ใช้ผ้ากอสหรือสำลีชุบยาสีฟันเช็ดเหงือกและฟันให้ลูก วันละ 2-3 ครั้ง |
| |
|
| ถาม : |
ควรให้เด็กเล็กดูดนมจนหลับถึงอายุเท่าไร |
| ตอบ : |
เมื่อลูกน้อยอายุ 1-2 ขวบ ควรหยุดให้เด็กดูดนมจนหลับคาปากเพื่อป้องกันฟันผุ |
| |
|
| ถาม : |
การปล่อยให้เด็กดูดนมจากขวด หรือหัวนมยาง จนอายุเกินขวบครึ่ง มีผลอย่างไรต่อฟันเด็ก |
| ตอบ : |
มีผลต่อการเรียงตัวของฟันบนขากรรไกร ทำให้ฟันยื่น เพดานปากลึกและสบฟันไม่ปกติ |
| |
|
| ถาม : |
เราควรพบทันต์แพทย์เมื่อใด |
| ตอบ : |
ทุก 180 วัน เป็นอย่างน้อย |
| |
|
| ถาม : |
ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมควรไปพบทันตแพทย์บ่อยแค่ไหน |
| ตอบ : |
ทุก 6 เดือน |