Language:  THA  |  ENG แจ้งโอนเงิน
ตะกร้าสินค้า :  0  ชิ้น (0.00 บาท)
 
      เกร็ดความรู้
หน้าหลัก  >  เกร็ดความรู้  >  ฟอกสีฟัน และเคลือบสีฟัน


  ฟอกสีฟัน และเคลือบสีฟัน
 
ทพ.บุญชัย ประสิทธิ์วิภาต กล่าวว่า

มีคนจำนวนมากที่มีปัญหากับฟันแม้ฟันไม่ผุ โดยเฉพาะฟันที่มีสีเหลืองจนถึงน้ำตาลดูไม่สวยงาม ฟอกสีฟันจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้สีของฟันดูดีขึ้น 

คนที่มีสุขภาพปากและฟันแข็งแรง กล้าที่จะยิ้มด้วยความมั่นใจ ถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก ฟันแท้ของเรานี่เอง ที่ถือเป็นฟันที่แข็งแรงที่สุดยิ่งไม่มีฟันผุด้วยแล้ว ยิ่งต้องรักษาสุดชีวิตกันเลย แต่ก็ แต่ถ้าฟันมีสีคล้ำมากการเคลือบฟันก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ผล คำถามมีอยู่ว่าหลังจากฟอกหรือเคลือบฟันแล้ว ฟันยังแข็งแรงเหมือนเดิมหรือไม่ คอลัมน์นี้มีคำตอบให้คุณ แต่ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจถึงการฟอกสีฟันและเคลือบฟันกันก่อน

ทำความเข้าใจการฟอกสีฟัน

ฟอกสีฟัน มีมานานแล้ว คนที่มีฟันเหลือง สีน้ำตาลอ่อนๆ อาจเป็นมาแต่กำเนิด หรือมีสาเหตุจากยาบางชนิดตั้งแต่ในวัยเด็ก หรืออาหารที่กินอยู่ทุกวัน เช่น ชา กาแฟ หรือการสูบบุหรี่ก็มีส่วนทำให้ฟันมีสีคล้ำขึ้น

ก่อน ฟอกสีฟัน หรือเคลือบฟัน ทันตแพทย์จำเป็นจะต้องขัดและขูดหินปูนออกก่อนจนฟันสะอาด การฟอกสีฟัน คือการทำให้สี (pigment) ที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันหลุดออกมา โดยโครงสร้างของฟันหากมองด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเนื้อฟันมีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ และมีสีอยู่ในท่อฟันเหล่านี้ การฟอกสีฟันจะใช้สารฟอกฟันจำพวกเปอร์ออกไซด์ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ผสมสารอื่นๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้กับฟันและปลอดภัยภายในช่องปาก) มีลักษณะคล้ายเจลเหนียว (Bleaching gel) ที่จะทำให้สีหลุดออกมา ซึ่งต้องทำหลายครั้งจึงให้ผลที่ต้องการ

ฟอกสีฟันมี 2 ประเภท


คือ ฟอกสีฟัน ที่คลินิก หรือ ฟอกสีฟันที่บ้าน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้รายละเอียดในวิธีการและข้อควรระวัง ฟอกสีฟัน ไม่ใช่การเอากรดมากัดเนื้อฟันอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้นหลังจากฟอกฟันจึงไม่มีผลกับโครงสร้างของฟัน 

อีกวิธีหนึ่งสำหรับผู้ที่มีสีฟันค่อนข้างเข้มคล้ำ จนบางครั้งไม่กล้ายิ้มกับใคร จึงเลือกวิธีเคลือบฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะใช้วัสดุเฉพาะสำหรับการเคลือบฟันมาติดที่ฟัน เช่น วัสดุอุดฟันที่ซึ่งสามารถเคลือบฟันเสร็จภายในครั้งเดียว มีราคาถูกกว่า แต่ไม่ค่อยสวยงามและไม่ค่อยแข็งแรง จึงมีวัสดุอีกชนิดหนึ่งเป็นเซรามิก(ceramic) ที่เป็นอีกทางเลือก โดยมีราคาแพงกว่า แต่สีสวยกว่าใกล้เคียงสีเนื้อฟันจริง และแข็งแรงกว่า การเคลือบฟันแบบนี้ ผู้ที่จะทำต้องแน่ใจพอสมควร เพราะจำเป็นต้องกรอผิวเนื้อฟันด้านหน้าออกประมาณ 0.6-1 มิลลิเมตร หลังจากนั้นแพทย์ก็จะพิมพ์ฟันเพื่อส่งไปทำผิวฟันด้วยวัสดุกึ่งเซรามิกที่แล็ป ให้ได้ตามรูปแบบของฟันจริง แล้วจึงนัดมาติดฟันอีกครั้ง ดังนั้นถ้าตัดสินใจทำเคลือบฟันแล้วเท่ากับต้องยอมรับการเสียผิวเนื้อฟันด้านหน้า และต้องใช้ฟันที่เคลือบไปตลอด หากชำรุดแตกหักก็ต้องซ่อมแซมส่วนที่เคลือบนั้นเพื่อให้ฟันสมบูรณ์ดังเดิม

หลังจากเคลือบสีฟัน ฟันจะแข็งแรงหรือไม่

หลังจากเคลือบสีฟันแล้วคุณภาพฟันจะแข็งแรงหรือไม่นั้น อยู่ที่สองปัจจัยหลัก คือ หนึ่ง ความสามารถของทันตแพทย์ และสองพฤติกรรมการใช้ฟันของเจ้าของฟัน ผู้ที่ฟอกสีฟัน หรือเคลือบสีฟันแล้วต้องใช้ฟันอย่างทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น เพราะการเคลือบฟันจะทำให้เนื้อฟันส่วนหนึ่งถูกกรอออกไป แล้วปิดทับด้วยวัสดุดังกล่าว การเคลือบฟันจึงไม่เหมาะกับคนที่นอนกัดฟัน หรือชอบใช้ฟันหน้าบดแทะอาหารแข็งๆ เมื่อเคลือบฟันแล้วควรปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานใหม่ด้วย มิเช่นนั้นอาจทำให้ฟันที่เคลือบไว้แตกชำรุดและต้องกลับมาหาทันตแพทย์ให้ช่วยซ่อมแซมอยู่ร่ำไป

ดังนั้นผู้ที่ฟันมีสีไม่ขาวสวยเหมือนคนอื่น หากต้องการจะปรับเปลี่ยนสีฟัน ด้วยวิธีฟอกสี หรือเคลือบฟัน ก็คงต้องปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะด้านก่อนตัดสินใจ อย่าลืมว่าฟันที่มีสีสวยไม่ได้สำคัญมากไปกว่าการดูแลให้มีฟันแข็งแรง รักษาสุขอนามัยในช่องปากให้ดีด้วย อย่าให้เหมือนคำพังเพยที่ว่า สวยแต่รูปจูบไม่หอม เสียล่ะ


ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลและรูปภาพจาก